|
ฉันได้ติดต่อขอความช่วยเหลือเพื่อนของฉัน
ที่เรียนอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วยกัน ดร. กรรณิการ์ จรรย์แสง
ให้ช่วยแปลภาษาไทยเป็นภาษาฝรั่งเศส 29 กุมภาพันธ์ 2539 นำจดหมายจารุณีไปให้กรรณิการ์ที่บ้าน
เพื่อน ก็งงที่เห็นจารุณี ยิ่งอ่านจดหมายก็ยิ่งงงใหญ่ แต่เพื่อนฉันไม่ซักถามอะไรสักคำ
ที่จะทำให้คนตอบลำบากใจ กรรณิการ์นัดจารุณีไปรับจดหมายวันที่ 3 มีนาคม
2539 ฉันพอใจที่ได้สิ่งต่าง ๆ ที่จารุณีอยากจะส่งผ่านไปให้พ่ออยู่ในมือ
ทั้งจดหมายภาษาไทย จดหมายที่แปลเป็นภาษาฝรั่งเศสและรูปต่างๆ ของจารุณี
โทฯนัดคุณชองตัล ว่าเราสองคนขอเข้าไปพบเพื่อนำจดหมายฝากต่อส่งไปให้พ่อและเพื่อเล่า
รายละเอียดต่าง ๆ ให้ฟัง
10.00
น. วันที่ 7 มีนาคม 2539 จารุณีและฉันก็ไปพบคุณชองตัลที่แอร์ฟรานซ์
จารุณีเล่าเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับพ่อเท่าที่ทราบจากแม่ให้คุณชองตัลฟัง
ว่าเคยมีเพื่อนแม่มาช่วยติดต่อแอร์ฟรานซ์ ส่งข่าวให้พ่อรู้ว่ามีลูก
หลังจากติดต่อแล้ว เพื่อนแม่ไปบอกแม่ว่า พ่อได้ส่งเงินมาให้แล้ว และนำเงินไปให้แม่ติดกัน
3 เดือน เดือนละ 20 ฟรังก์ และจากนั้นเพื่อนแม่ก็หายไป และไม่เคยได้พบกันอีกเลยจนบัดนี้
แต่เรื่องเหล่านี้จารุณีทราบตอนที่เพิ่งไปซักถามแม่เมื่อจะเริ่มค้นหาพ่อ
เพราะแต่เดิม แม่จะบอกจารุณีเพียงว่าจำไม่ได้ มันนานมาแล้ว รูปที่มีอยู่
เพียงหนึ่งใบพร้อมชื่อ แม่ก็ไม่ได้เป็นคนให้จารุณี ยายเป็นคนเก็บรูปนี้ไว้
พอจารุณีโต ยายจึงนำมาให้แล้วบอกว่านี่คือพ่อ ในช่วงนั้นจารุณีก็พยายามติดต่อตามที่อยู่ที่ได้มาพร้อมรูป
แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ และคิดว่าหมดหวังไปแล้ว คุณชองตัลฟังจารุณีเล่าเรื่องทั้งหมดและถามจารุณีว่า
พ่อเขามีลูกชื่อคาโรลีนใช่ไหม จารุณีบอกว่าไม่เคยทราบ และพยายามครุ่นคิดถึงสิ่งที่ได้รับฟังจากแม่ซึ่งก็น้อยเต็มที
คุณชองตัลก้มลงหยิบของจากใต้โต๊ะและบอกว่าจะให้ดูอะไร
สิ่งที่หยิบขึ้นมาเป็นซองกระดาษแล้วก็หยิบของในซองออกมา ซึ่งเป็นรูปเด็กผู้หญิงลูกครึ่งในวัยสามขวบเศษ
น่ารักน่าเอ็นดูหลายใบด้วยกัน มีตัวหนังสือเขียนชื่อคาโรลีน จารุณีจ้องมองอย่างตกตะลึง
และก็ได้พร่ำพูดว่า "นี่เปิ้ล นี่เปิ้ล" จารุณีจดจำรูปต่าง ๆ ได้ แม้ชื่อเพื่อนสมัยเด็กที่เป็นลูกฝรั่งที่ถ่ายด้วยกันในรูปก็ยังจำได้
สิ่งมหัศจรรย์เหลือเชื่อได้เกิดขึ้นต่อหน้า นี่มันอะไรกัน ในซองนั้นยังมีซองกระดาษแก้วเล็ก
ๆ ห่อปอยผมสีน้ำตาลทองของจารุณีตั้งแต่ยังเด็กอยู่ด้วย คนจิตใจดีอย่างคุณชองตัลยังมีอยู่ในสังคมของเรา
อยู่แต่ว่าเราจะโชคดีไหมที่ได้พบ
เมื่อได้รับฟังเรื่องราวที่ฉันติดต่อมาทางโทรศัพท์
คุณชองตัลก็รีบเช็คดูพนักงานที่อยู่ในสมัยปี พ.ศ. 2504-2505 ช่วงที่
Mr. Desneiges ทำงานที่เมืองไทย จึงได้โทฯหาคุณวีระ แก้วลำภู ที่ทำงานอยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงตอนนั้น
คุณชองตัลถามว่า จำ Mr. Desneiges ได้ไหม คุณวีระจำได้ดี และเล่าให้ฟังว่า
มีผู้หญิงมาพบคุณเจริญ อำไพพิทักษ์วงศ์ ที่เป็นหัวหน้าคุณวีระ และนำรูปเด็กมาให้ว่าเป็นลูกสาวของ
Mr. Desneiges เพื่อจะหาทางติดต่อ Mr. Desneiges ซึ่งผู้หญิงคนนั้นก็คงจะเป็นเพื่อนแม่ของจารุณี
ตามที่จารุณีได้เล่าให้ฟัง คุณเจริญเก็บรูปพร้อมปอยผมนี้มาตลอดจนเกษียณ
จึงฝากเรื่องราวทั้งหมดไว้ที่คุณวีระเผื่อว่าจะมีการสืบหาเรื่องพ่อกันอีก
คุณวีระเก็บรูปทั้งชุดไว้ แม้สำนักงานจะย้ายถึงสองครั้ง ก็ยังรักษาของสำคัญนี้เป็นอย่างดี
คุณชองตัลจึงบอกคุณวีระว่าลูกสาวเขาตามหาพ่อแล้ว โดยยังไม่บอกว่าเป็นใคร
คุณวีระว่าจะส่งของทั้งหมดมาให้คุณชองตัลและถามว่าลูกสาว Mr. Desneiges
โตขึ้นสวยไหม คุณชองตัลบอกว่าสวย คุณวีระว่าดีที่จะช่วยเขาตามหาพ่อ
วันรุ่งขึ้น ของทั้งหมดก็มาอยู่ในมือคุณชองตัล
ไม่น่าเชื่อ สิ่งสำคัญรอคอยอยู่ตรงนั้นเป็นเวลาสามสิบกว่าปีเพื่อรอการติดตาม
การค้นพบ การพิสูจน์ แต่เวลาที่ถูกกำหนดไว้ให้เริ่มต้นค้นหาพ่อ เพิ่งมาเริ่มกันตอนนี้
ใจฉันคิดไปว่าถ้าจารุณีมีโอกาสตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่วัยรุ่น ที่จะค้นหาพ่อของเขา
วงการบันเทิงอาจไม่มีนางเอกชื่อ จารุณี สุขสวัสดิ์ เขาอาจได้ไปอยู่ฝรั่งเศส
ได้เรียนหนังสือมาก ๆ ได้เรียนศิลปะอย่างที่ใฝ่ฝัน แล้วฉันก็หยุดคิด
เพราะทุกคนมีกรรมเป็นของตนเองที่ถูกกำหนดไว้ จารุณีบอกว่ารูปในชุดนี้
ปอยผมที่เก็บแบบนี้เคยเห็นที่แม่ และรับปากว่าจะรีบหาพร้อมส่งมาให้คุณชองตัลเพื่อยืนยันกัน
คุณชองตัลบอกกับฉันทีหลังว่าไม่ต้องเล่าอะไร ไม่ต้องส่งรูปมายืนยัน
ก็เชื่อทุกอย่าง เพราะเด็กในรูปนั้น จารุณีชัด ๆ
คุณชองตัลเคยเห็นรูปคล้าย
ๆ กันบางรูปในหนังสือบันเทิง โชคดีของจารุณีเป็นอย่างมากที่ได้พบผู้มีเมตตา
และเราได้มาขอความช่วยเหลือถูกคน ตอนแรกที่คุณชองตัลถามว่า Mr. Desneiges
มีลูกชื่อคาโรลีนใช่ไหม ก็เพื่อเช็คดูว่าจารุณีรู้ชื่อตัวเองตอนเด็ก
ๆ ไหม จารุณีบอกว่าไม่เคยมีใครเรียกชื่อนี้เลย เรียกแต่เปิ้ล เลยเป็นปริศนาว่าชื่อนี้ที่เขียนบนรูป
ใครเป็นคนตั้ง คุณชองตัลเล่าว่า จารุณีเป็นนักแสดงหญิงคนเดียวที่ลูกชายชอบมาก
ติดตามดูภาพยนตร์ตั้งแต่เด็ก ๆ พอฉันโทฯ เรียนให้ทราบว่าจะตามหาพ่อให้จารุณี
คุณชองตัลจึงยินดีช่วยอย่างมาก อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น บางครั้งเรื่องจริงก็ยิ่งกว่านิยาย
ยิ่งกว่าละครน้ำเน่า ลูกชายคุณชองตัลชื่อ หนึ่ง ยอดขวัญ ลุลิตานนท์
ตอนนี้เรียนอยู่ที่ฝรั่งเศส คุณชองตัลบอกว่าหนึ่งทราบต้องดีใจมาก และคงยิ่งดีใจที่ทราบว่าพ่อของจารุณีเป็นคนแอร์ฟรานซ์
เช่นเดียวกับแม่ของหนึ่ง
ฉันมีความสุขมากที่เรื่องดำเนินมาถึงขนาดนี้
อยากให้จารุณีได้พบพ่อเร็ว ๆ แล้วเราก็เริ่มต้นรอคอย คอยเวลาที่จดหมายฉบับแรกที่จารุณีเขียนจะถึงมือพ่อ
ได้แต่คาดเดาต่าง ๆ นานา ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร และจะโต้ตอบจดหมายมาอย่างไร
คงจะแปลกใจ ดีใจ ตื่นเต้น หรือจะ...คิดไม่ออกแล้ว เริ่มนับวันนับเดือนรอคอย
โทฯถามคุณชองตัลเป็นระยะ ๆ แต่คำตอบที่ได้คือ ยังไม่ทราบเรื่องอะไรจากทางฝรั่งเศสเลย
หรือ Mr. Desneiges อาจจะไม่เชื่อ ไม่อยากรับรู้ ไม่อยากรับผิดชอบอะไร
ก็สุดจะรู้ได้ ใจหนึ่งฉันก็คิดว่า เราอาจทำให้เขาลำบากใจมาก เพราะเขาก็มีครอบครัวของเขาอยู่ที่ฝรั่งเศส
จนวันที่ 8
พฤศจิกายน 2539 คุณชองตัลได้เบอร์โทรศัพท์บ้าน Mr.
Desneiges ที่ฝรั่งเศส จากคนที่ช่วยค้นหาให้ รอเวลาให้เป็นช่วงบ่ายที่ปารีส
จึงตัดสินใจโทฯ ไปหา ก็เป็นช่วงกลางคืนที่เมืองไทย วันที่9 พฤศจิกายน
2539 ก่อนโทรศัพท์ คุณชองตัลซึ่งนับถือศาสนาคริสต์ คุกเข่าสวดอ้อนวอนแม่พระเพื่อให้ได้พูดกัน
Mr. Desneiges การอ้อนวอนครั้งนี้ คุณชองตัลบอกว่าอ้อนวอนอย่างสุดชีวิตจิตใจ
คุกเข่าบนพื้นกระดาน ไม่คุกเข่าบนพรมให้สะดวกสบาย กลัวว่า Mr. Desneiges
อาจไม่อยู่บ้าน กลัวว่าจะไม่รับสาย หรืออยู่แล้วรบสายแล้วก็กลัวจะวางหูไม่ยอมพูดด้วย
แต่ใจหนึ่งคุณชองตัลก็คิดไว้แต่แรกว่า ถ้า Mr. Desneiges เป็นพ่อจารุณีจริง
ๆ คงจะไม่ใช่คนร้าย เพราะเท่าที่รู้จักกันและสัมผัส จารุณีเป็นคนดี
Mr. Desneiges รับสายทันที แล้วก็ดุจริง ๆ ถามว่าเธอเป็นใคร เธอโทฯมาทำไม
ทำไมต้องโทฯมา
พอเล่าเรื่องให้ฟัง
Mr. Desneiges บอก ไม่เคยมีลูกที่เมืองไทย คุณชองตัลรับบอกไปว่า ฉันก็ไม่ได้บอกว่าเขาเป็นลูก
แต่เขาอยากพบคุณมาก เพราะเขาได้ข้อมูลจากแม่ เขาเห็นรูปและมีชื่อคุณอยู่
เลยอยากจะเจอ Mr. Desneiges บอกว่า ถ้าเขาอยากจะมาก็เอาเขามากับเธอซิ
แต่ฉันไม่มีที่อยู่ให้นะ เธอล่ะ เคยมาฝรั่งเศสไหม คุณชองตัลรีบจัดการให้ทุกเรื่องลงตัวบอก
Mr. Desneiges ไปว่าไม่เป็นไร ฉันมีลูกเรียนอยู่ที่นี่ ให้เขาอยู่กับลูกฉันได้
แล้ว Mr. Desneiges ก็ถามต่อว่าเขาเป็นคนดีหรือเปล่า คุณชองตัลรีบรับรองว่าจารุณีเป็นคนดี
เขาเป็นนักแสดงนะ และฉันก็รู้จักเขาผ่านทางสื่อต่าง ๆ Mr. Desneiges
สำทับว่า เขาไม่มาทำความเดือดร้อนให้ฉันนะ ฉันแก่แล้วและย้ำว่า ถ้ามาจะต้องมากับเธอ
ให้เขียนส่งข่าวว่าจะมาเมื่อไหร่ จากนั้นจึงทำให้ทราบว่า Mr. Desneiges
อายุ 78 ปีแล้ว และสุขภาพก็ไม่ค่อยดี ผ่านการผ่าตัดมาถึง 7 ครั้ง
เรานัดกันเดินทางที่ว่างพร้อมกันทั้ง
3 คน จารุณีและฉันไม่ทราบจะขอบคุณคุณชองตัลอย่างไร จึงจะเท่าพระคุณที่คุณชองตัลช่วยจัดการเรื่องราวมาโดยตลอด
ฉันบอกจารุณีว่า เพราะการเป็นคนดี การต่อสู้ชีวิต ความอ่อนน้อมถ่อมตน
ทำให้ผู้ใหญ่เมตตา ช่วยเหลือ ต่อจากนี้ให้ยึดมั่นในความดีตลอดไป ใช้ชีวิตให้รอบคอบ
มีสติ และที่สำคัญต้องกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ เราเป็นคนมีพ่อมีแม่ มีคนรัก
คนหวังดี คนห่วงใย จะใช้ชีวิตล่องลอยไปตามยถากรรมไม่ได้แล้ว จากการคบคุ้นกับจารุณีตลอดมาเห็นว่า
เขาเป็นคนใช้อารมณ์ และใช้ใจตัดสินเรื่องราวต่าง ๆ มากกว่าเหตุผล บางเรื่องก็หลงทาง
และพลาดไปอย่างน่าเสียดาย
16
มกราคม 2540 เราเดินทางไปฝรั่งเศส จารุณีตื่นเต้นมากที่จะได้พบพ่อ
Mr. Desneiges ได้โทฯมาหาคุณชองตัลที่เมืองไทย ว่าเมื่อเราไปถึง ให้โทฯไปหาที่บ้าน
17 มกราคม เราถึงปารีสตอนหกโมงเช้า ต้นเดือนมกราคม อากาศยังหนาวเย็น
จารุณีมือเย็นเฉียบ และบอกว่าตื่นเต้นมาก น้องหนึ่งลูกชายของคุณชองตัลมารับเรา
พร้อมกับคุณลุง Claude พี่ชายคุณชองตัล นั่งรถไปที่พักของน้องหนึ่ง
เราพูดคุยกันไปตลอดทาง เพราะทุกสิ่งเหนือการคาดเดา คุณชองตัลบอกจารุณีให้เตรียมใจไว้ว่า
แม้จะมาถึงปารีสแล้วก็อาจจะไม่ได้พบนะ ชายสูงอายุวัย 78 ปี อาจจะเปลี่ยนใจอะไรได้ง่ายดาย
ถ้าเป็นเช่นนี้ ฉันคงสงสารจารุณีมากทีเดียว ในเครื่องบิน ฉันได้บอกจารุณีว่าอย่าวาดภาพพ่อสวยหรู
สิ่งที่จะได้พบเป็นอย่างไรไม่อาจรู้ได้ จากข้อมูลที่ได้ว่าเคยผ่าตัดถึง
7 ครั้ง เราอาจจะได้ไปหาเขาที่ที่พัก เขาอาจจะนอนอยู่กับเตียง มีสายระโยงระยาง
ฉันคิดตามภาพที่เคยเห็นเวลาไปเยี่ยมคนเจ็บ จารุณีตั้งใจไว้ว่า สภาพไหน
ก็จะทำใจและรับได้ทั้งหมด เพราะพ่อคือคนที่จารุณีค้นหาาตลอดชีวิต
เมื่อถึงที่พัก
คุณชองตัลโทฯไปหา Mr. Desneiges คุยกันยาวเป็นภาษาฝรั่งเศสที่เราฟังไม่รู้เรื่อง
Mr. Desneiges นัดให้เราไปทานอาหารกลางวันด้วยที่โรงแรม Georges V
เราเดินทางไปด้วยรถแท็กซึ่ และตื่นเต้นมาก ในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า
ถึงห้องอาหาร พนักงานต้อนรับมาถามเราว่านัดกับ Mr. Desneiges ใช่ไหม
เชิญให้เรานั่งที่โต๊ะ เรานั่งรอด้วยความกระวนกระวาย ฉันคาดการณ์ว่า
Mr. Desneiges คงจะแอบดูมาจากมุมใดมุมหนึ่ง ถ้าสามคนหน้าลาวเหมือนกันหมด
ไม่มีหน้าตาลูกครึ่ง แกคงจะไม่โผล่มาให้พบ
17
มกราคม 2540 วันแรกในชีวิตที่จารุณีพบพ่อ แวบแรกที่ได้เห็น
สุภาพบุรุษท่าทางภูมิฐาน ดูดี แข็งแรงกว่าวัย เดินมุ่งมาที่โต๊ะที่เรานั่งกันอยู่
เหมือนในรูปที่ฉันเห็นจนชินตา แต่ชราไปตามวัย ฉันใจเต้นแรง จารุณีคงจะมีความรู้สึกหลายอย่างปั่นป่วนอยู่ในหัวใจ
ฉันเห็นจารุณีมองจ้อง Mr. Desneiges ตาไม่กระพริบ ความรู้สึกเหมือนจะดูดดื่มกับภาพที่เห็นตรงหน้าให้เข้าไปแนบแน่นอยู่ในหัวใจ
ฉันแพ้ภาพพวกนี้ เห็นใจ สงสารจารุณีมาก ไม่ใช่เฉพาะภาพที่เห็นเท่านั้น
แต่เมื่อชายผู้นี้ปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าเรา เรื่องราวต่าง ๆ ของจารุณีตั้งแต่วัยเด็กหวนกลับมาแจ่มจ้าในความรู้สึกของฉัน
ในใจเราปั่นป่วน แต่สภาพภายนอกเงียบสนิท
จนเมื่อได้ยิน
Mr. Desneiges และคุณชองตัลทักทายกัน แล้วคุณชองตัลแนะนำจารุณีและฉันให้
Mr.Desneiges รู้จัก Mr. Desneiges ดูสงบ ควบคุมอารมณ์มาก ไม่มีคำถาม
คำพูด ไม่มีแววตาสิ่งพิเศษส่งมาที่จารุณีเลย การพูดคุยกันเป็นเรื่องการเลือกรายการอาหารมื้อนั้น
เพราะเห็นส่งเมนูกันไปมา แล้วเราก็ได้ยินบทสนทนาเป็นภาษาฝรั่งเศส ที่คงเป็นเรื่องทั่ว
ๆ ไปที่ไม่เกี่ยวกับจารุณี หรือเหตุการณ์สำคัญที่สุดของจารุณีในวันนี้
ฉันคิดภาพแบบหนังไทย ละครไทย ไว้ว่าพ่อลูกคงโผเข้าหากัน กอดจูบกันหลังจากที่ไม่เคยพบกันเลยชั่วชีวิต
ภาพที่เห็นจริง ๆ บรรยากาศการสนทนาแบบการทูตที่เรียบ ๆ ดูมีพิธีรีตอง
ทำให้ฉันค่อนข้างผิดหวัง นึกถึงหัวใจจารุณี ไม่รู้จะคิดอย่างไรอยู่
ฉันปรายตาไปมอง เห็นจารุณีจ้องดู Mr. Desneiges มาเล่าให้ฟังทีหลังว่า
ได้จ้องดู ตา หู จมูก ปาก คิ้ว คาง มอง ๆๆๆ แล้วพูดกับตัวเองว่า นี่หรือคือคนที่เราค้นหามาตลอดชีวิต
จารุณีมองดูอยู่ตลอดเวลา Mr. Desneiges คงจะสังเกตเห็น แกยกมือจารุณีขึ้นไปจูบ
ฉันก็น้ำตาจะไหล
ทานอาหารเสร็จ
ก็ยังไม่มีอะไรมาเข้าเรื่องเกี่ยวข้องกับจารุณีสักนิด ไม่มีคำถามอะไรสักประโยค
คงจะเป็นการเริ่มต้นที่ยากมากสำหรับทุกคน หลังอาหาร จารุณีมองของที่เตรียมไปหลายกล่อง
ทั้งกล่องเงิน เนคไท ตุ๊กตาโบราณ พวงมาลัย รูป แต่ Mr. Desneiges เหมือนจะทำตัวไม่ถูก
มีท่าทางละล้าละลัง ฉันเลยบอกจารุณีว่า เดี๋ยวเราตามไปส่งให้เขาที่รถก็แล้วกัน
ฉันเตรียมกล้องถ่ายรูปไว้ถ่ายนาทีประวัติศาสตร์ตอนลูกพบพ่อ แต่มาดสงบเงียบขรึมของ
Mr. desneiges ถ้าฉันยกกล้องกดชัตเตอร์ แกคงจะตระหนกตกใจ ก็เลยระงับความตั้งใจไว้แค่นั้น
พอทานกลางวันเสร็จ
Mr. Desneiges ชวนเขาไปที่พัก ไปดื่มกาแฟ ไปไหนก็ไปกัน อยากให้จารุณีได้อยู่กับเขานาน
ๆ ให้สมกับที่รอคอยมาชั่วชีวิต ออกจากโรงแรม ฉันไม่ปล่อยให้เวลาผ่านพ้นไป
ระหว่างที่ Mr. Desneiges เดินมาขนาบด้วยคุณชองตัล กับจารุณี ฉันรีบเดินไปตั้งหลัก
แล้วก็เริ่มถ่ายรูป Mr. Desneiges ชะงักการเดิน รีบดึงคุณชองตัลมาใกล้
ๆ ให้ในภาพมีทั้ง 3 คน แกคงหวาดระแวงตัวแกเอง เพราะตั้งแต่พบเห็น ยังไม่ได้ถามไถ่เรื่องราวอะไรกันเลย
Mr. Desneiges
ขับรถเปอร์โยสีเขียวกะทัดรัด แกคุยไม่หยุดกับคุณชองตัลที่นั่งคู่กันข้างหน้า
ฉันนั่งข้างหลังกับจารุณี จารุณีหน้าบานแฉ่งยิ้มอยู่ตลอดเวลา แววตาระยิบระยับ
เขาคงมีความสุขมาก ฉันดีใจกับเขาจริง ๆ ที่มีวันนี้ เวลานี้ บ้าน Mr.
Desneiges อยู่ชานเมืองปารีส แกขับรถสวิงสวายมาก ขับไปคุยไป ชี้ชวนให้ดูสองข้างทาง
บางทีก็หันมาพูดกับเราสองคนเป็นภาษาอังกฤษ เวลาจะเล่าเรื่องสถานที่
หรือถนนหนทางที่ขับผ่าน
อพาร์ทเมนท์เล็ก
ๆ ชั้น 1 จัดไว้อย่างสวยงาม เป็นที่อยู่ของ Mr. Desneiges แกอยู่คนเดียวที่นี่
การแต่งงานสองครั้งเลิกกันไป จารุณีมีพี่ชายและน้องสาวร่วมบิดาอยู่ที่ฝรั่งเศส
Mr.Desneiges พาเราไปในห้องรับแขก จารุณีมอบของทั้งหมดให้ Mr.Desneiges
ถามจารุณีว่า เขียนมาในจดหมายไม่ใช่หรือว่า ถ้าได้พบกัน อยากจะกอด
จูบ ฉันสักครั้ง จารุณีวางของทั้งหมด ค่อย ๆ ขยับตัวไปกอด และหอมแก้ม
Mr. Desneiges ที่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ มันเป็นภาพแห่งความประทับใจจริง
ๆ ใครจะนึกว่าจะมีวินาทีนี้...ที่จารุณีรอคอย ความฉงน กังวล คลางแคลง
ค่อย ๆ จางไปจากสีหน้าของ Mr. Desneiges ทำให้เราค่อยคลายใจลงบ้าง
Mr. Desneiges ดูรูปจารุณีที่เตรียมมาให้ ดูไปก็มองหน้าจารุณีไป อย่าว่าแต่เราเลยที่สับสน
Mr. Desneiges เองก็คงจะรู้สึกแปลก ๆ ที่อยู่ ๆ มีลูกสาวโตเท่านี้
วันนี้เรายังไม่พูดไม่เล่าอะไร Mr. Desneiges ก็พูดอ้อม ๆ ยังไม่ซักถามอะไรสักคำ
แต่อย่างน้อยแกคงจะมีความรู้สึกวางใจว่าเราไม่ใช่พวกหลอกลวง อยู่กันนานพอสมควร
เราก็กลับโดย Mr. Desneiges เป็นคนขับรถมาส่งที่ที่พัก เหนื่อยกันมากจากการเดินทางอันยาวนาน
กรุงเทพฯ-ปารีส แต่ 17 มกราคม 2540 เรานอนหลับด้วยความอิ่มเอมใจ...จารุณีคงยินดี
|