พี่เปิ้ลสมัยเรียน

ตัดตอนจากรายการขาสั้นคอซอง (รายการเก่าทางช่อง 3)

สถานศึกษาแห่งแรกในชีวิตของ ด.ญ. จารุณี คือ
โรงเรียนทองสุโชติ

(ปัจจุบันไม่มีแล้ว)

โรงเรียนธรรมศิริศึกษา
ตั้งอยู่กองบินที่ 7 สัตหีบ ในระดับประถมศึกษา



โรงเรียนพิบูลย์อุปถัมภ์
คือสถานที่ศึกษาปีที่ 4-7
ที่นี่ จารุณี สุขสวัสดิ์ ซุกซนเหมือนเด็กผู้ชาย
และชอบชกต่อยกับนักเรียนชาย อยู่บ่อย ๆ
แต่ก็เป็นนักกีฬาของโรงเรียน
ดูจากผลการเรียน ด.ญ. จารุณี
มีผลการเรียนอยู่ในขั้นดี

อ. สายสนม ศรีสุรนารถ
"หนึ่งกีฬา สองเป็นเด็กที่มีความประพฤติดีมากนะ ถึงจะอยู่ระยะนั้นน่ะ แกก็เป็นเด็กที่ว่าหน้าตาน่ารัก สวย ๆ แต่เด็กผู้ชายจะไปแซว หรืออะไรเนี่ยะ รู้ไหม จารุณีเนี่ยะ ซาเซียนไม่เบานะ เตะผู้ชายน่ะ (คุณครูหัวเราะ) อูย เราเนี่ย ชอบใจนะว่าเขาแจ๋วจริง ๆ"

ส่วนใหญ่จะมีปัญหากับเพื่อนตั้งแต่เด็ก ๆ มา ก็เป็นเพราะถูกล้อแบบนี้น่ะค่ะ ตอนเด็ก ๆ ผมจะออกแดง ๆ เด็กผู้หญิงเค้าก็จะไม่มาล้ออะไรกันแรงๆ แต่เด็กผู้ชายนี่ คำพูดที่จะได้ยินประจำก็แบบ ลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่ เพราะว่าเวลามีงานอะไรก็ตามจะไม่ค่อยได้เห็นญาติจารุณีมา ไอ้ลูกฝรั่ง เพราะว่าหัวแดง ก็ล้อกันไปตามอย่างนี้นะคะ แล้วเราเอง เราก็มีความรู้สึกว่า เราคิดถึงแม่ อยากเจอแม่ แต่มันอยู่คนละทิศละทาง พอโดนจี้ใจดำก็แบบว่า ต้องต่อย ๆ

โรงเรียนบางกะปิ คือสถานศึกษาในระดับมัธยมศึกษาของ จารุณี สุขสวัสดิ์

อ. สุนันท์ พลอินทร อ. สอนยุวกาชาด
" จำได้ตลอด เพราะว่าเค้าตอนนั้นนะคะ ระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ เขาห้ามนักเรียนแสดงหนัง ใช่ไหมคะ เผอิญเปิ้ลเนี่ยะ เราก็ทราบข่าวมาอีกล่ะ ว่าเค้าเป็นดารา เป็นนางเอกทางไปรษณีย์ โดยเงิน 1.75 สตางค์เนี่ยะ เค้าสมัครทางไปรษณีย์ อันนี้เป็นความลับนะคะ ไม่ให้เปิ้ลรู้ เพิ่งจะบอกวันนี้แหละ ที่เราสืบทราบมา เค้าสมัครไปแล้ว ก็พอดีคุณพันคำศรีบุญเรือง เรียกเค้าไป เค้าก็ได้เป็นดารา แล้วก็มาแสดงหนังเรื่อง ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกจะเป็น สวัสดีคุณครู เรื่องแรก พอเค้าแสดงไปแล้ว ก็ทางกระทรวงศึกษาธิการ เขาห้ามนักเรียนแสดง ก็เลยมามีปัญหากับทางโรงเรียน ท่านผู้อำนวยการสมัยนั้น ท่านก็ท้วงติงขึ้น ห้ามจะไม่ให้แสดงอยู่พักหนึ่ง นี่นะคะ เป็นเรื่องที่เราจำกันได้ดี เพราะเค้าแสดงหนังนี่น่ะค่ะ"


ไม่เชิงให้ออกนะคะ แต่ว่าเรียกไปคุย พิจารณากันแล้ว คุยกันแล้ว แล้วก็คิดว่า อาจจะพิจารณาให้ออก มันเป็นเรื่องอาจน่ะค่ะ แล้วก็มันใกล้จะสอบไล่แล้ว ถ้าเราถูกออกกระทันหัน ตรงนั้นก็คงมีปัญหาเยอะสำหรับเรื่องเรียนต่อ ก็ต้องรีบมาบอกกับ อ. ไพจิตรเนี่ยค่ะ กับทางเจ้าของหนัง ว่าช่วยอะไรเราได้บ้าง ทุกคนก็กระวีกระวาดช่วยเหลือกัน มาคุยกับผู้อำนวยการ เอาบทหนังมาให้ดู ว่ามันไม่มีอะไรเสียหายเลย ทั้งที่ถ่ายก็ใช้เวลาว่างเท่านั้นเอง หลังจากที่คุยกันแล้ว ปรับความเข้าใจ แล้วก็ให้เห็นแก่เด็กแล้ว ทางผู้อำนวยการ ทางโรงเรียน ก็เพื่ออนาคตของเด็กก็ให้เรียนต่อค่ะ

นวลกมล ชัยรัตนาพงศ์ (เพื่อนสมัยเรียน)
" ก็สงสารเค้าน่ะค่ะ เพราะว่ามาทราบทีหลังว่า เค้ามีปัญหานิดหน่อย ที่บ้าน เรื่องเกี่ยวกับเรื่องเงินเรื่องอะไร แล้วก็เท่าที่ทราบเนี่ยะ ก็อยู่กับแม่ แล้วก็น้องชายอีกคนนึง รู้สึกว่าเค้าเป็นคนที่ต้อง support หมดเลยทั้งบ้าน พอเค้าได้เล่นหนังเนี่ยะก็ดีขึ้น จากที่เมื่อก่อนเคยทำงานแฮปปี้แลนด์ เป็นสโนไวท์ เป็นตัวการ์ตูนอะไรเนี่ย ก็คือตอนนั้นก็ต้องหาเงินแล้ว ตั้งแต่สมัย มศ. 1 พอเริ่มรู้จักก็ทำงานแล้ว ทำงานมาตลอด"

งานพิเศษที่เริ่มทำครั้งแรกเป็นเรื่องเป็นราวเนี่ยะ คือ งานปูน งานจับกัง แต่ก็ทำได้อยู่ช่วงเดียว หลังจากที่ได้งานที่แฮปปี้แลนด์ ก็ถาม ๆ เนี่ยะค่ะ เจอใครก็ถาม ถามรุ่นพี่ ถามใครว่า มีอะไรให้ทำ ก็ได้งานที่แฮปปี้แลนด์


พณิชยการเจ้าพระยา
เป็นสถานศึกษาที่ทุกคนจำจารุณี สุขสวัสดิ์ได้ดีในสมัยนั้น เพราะประสบอุบัติเหตุจากการแสดง จนขาดสอบวิชาพิมพ์ดีด ห้องเรียนในอดีตของจารุณี ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว อ. บอกแค่ว่า จารุณีชอบนั่งหลังห้องในสมัยนั้น ผลการเรียนตอนจบจากพาณิชย์เจ้าพระยา ไม่ค่อยจะดีนัก เพราะจารุณีรับงานแสดงมากในช่วงนั้น

ตอนประสบอุบัติเหตุเหรอคะ ถ้าตรงนั้นไม่ได้รับความเมตตาจากอาจารย์ คือ อ. ก็ทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้นตามข่าว ตามสิ่งที่มันเกิดขึ้นจริง คือ มือนี่เข้าเฝือกไว้เลย แล้วเหตุการณ์มันก็เกิดตอนช่วงสอบพอดี เราได้ไปสอบอยู่ 2 วัน แล้วเราก็ขาดสอบไปอีกวันนึง ซึ่งมันมีวิชาพิมพ์ดีดด้วยนะคะ ก็ตรงนั้น ไปตามซ่อม หลังจากรอให้อาการดีขึ้น ไปกายภาพบำบัด จนใช้ได้แล้ว ซึ่งจริง ๆ มันก็ เวลานาน แต่ก็ได้รับความเมตตาจากอาจารย์ตรงนี้น่ะค่ะ ให้เป็นกรณีพิเศษ ก็ไปตามซ่อมจนจบได้

 อ. ผ่องศรี วรพล ผู้ช่วย อ. ใหญ่ ฝ่ายปกครอง
"เป็นห่วงเรื่องการเรียนของแกค่ะ อ. มาโนชอยากให้แกเรียนสูง ๆ คือ ไม่อยากให้แกจบแค่ ปวช. น่ะค่ะ ตอนนั้นเป็นช่วงที่ แกอยู่ปวช. ปี 3 แล้ว อ. มาโนช ก็เรียกมาถามว่า จบปวช. 3 แล้วจะไปทำอะไร จะเรียนต่อไหม พอดีช่วงนั้นงานแกเข้ามาเยอะมาก แกก็เล่าถึงความจำเป็นว่าแกจำเป็นตอนนี้ต้องคว้างานก่อน เพราะว่าแกมีภาระต้องส่งบ้าน ส่งน้องเรียน แล้วก็ต้องเลี้ยงครอบครัว เพราะฉะนั้นอยากเรียนยังไงก็ตาม เปิ้ลก็ต้องเอางานก่อน"

อืมจริง ๆ คือ อยากเรียนหนังสือนะคะ แต่ว่าเท่าที่ได้เรียนต่อจนจบปวช. นี่ก็ เป็นเพราะได้เป็นนักแสดง ถ้าไม่มีงานตรงนี้ก็คงไม่ได้เรียน เพราะฉะนั้นจะบอกว่า ถ้าย้อนกลับไปได้ คงไม่เป็นนักแสดงคงไม่ใช่ ถ้าย้อนกลับไปได้ จะพยายาม แบ่งเวลาให้ได้ เจียดเวลาให้ได้ แล้วก็จะเอ็นท์ให้ติด ค่ะ เพราะว่าก็ยังติดใจเรื่องเรียนอยู่นะคะ ก็คงต้องกราบขอโทษ ครูบาอาจารย์ทุกท่านตรงนี้เลยนะคะว่า ตอนที่เรียนอยู่ตอนนั้น จะแก่นมาก จะเป็นปัญหาก็ในด้านชกต่อย จะแก่น ก็จะมีอยู่จุดเดียวตรงนั้น แล้วก็อะไรที่ทำไม่ดี หรือเคยทำอะไรไปอย่างที่ไม่รู้ตัว ก็อยากให้ครู ให้อภัย ย้อนให้อภัยกับเปิ้ลนิดนึงเถอะ จากภาพความจริง แล้วก็เรื่องราวต่าง ๆ ที่ทางรายการขาสั้น คอซอง นำมาเสนอกับท่านผู้ชมเนี่ยนะคะ อาจจะให้แง่คิด ให้ข้อคิด แล้วก็ได้สาระอะไรหลาย ๆ อย่าง พร้อมกันตรงนี้ เปิ้ล จารุณี สุขสวัสดิ์ อยากจะขอบคุณรายการนี้อย่างมาก เพราะว่ามาออกรายการวันนี้ มีความสุขมาก ๆ เลยค่ะ จากที่ไม่ได้พบอาจารย์ ไม่ได้เจอครู ไม่ได้เห็นหน้าเพื่อนกัน ก็ทำให้เปิ้ลได้ทุกอย่างในวันนี้ ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ ขอบคุณทีมงาน แล้วก็ขอบคุณคณะครูอาจารย์ที่ฝากความห่วงใยถึง หากท่านได้ดูอยู่นะคะ ก็กราบขอบพระคุณตรงนี้ ถ้ามีโอกาสจะไปกราบด้วยตัวเองนะคะ แล้วก็เพื่อน ๆ ที่ยังห่วงใยกันอย ู่ จากสาระ สิ่งที่อาจจะได้เป็นแง่คิดข้อคิดต่าง ๆ นี่นะคะ อย่างเดียวที่คิดว่า ทางรายการขาสั้นคอซอง พร้อมกับตัวเปิ้ล จารุณีด้วยนะคะ อยากจะเน้น อยากจะฝากเอาไว้จริง ๆ ก็คือ อยากให้ทุก ๆ คน ที่กำลังมีหน้าที่เรียนหนังสือ ตอนนี้เวลานี้ ขอให้ตั้งใจเถอะค่ะ เรียนเถอะค่ะ มันคืออนาคตของคุณจริง ๆ มันคือความสำเร็จของคุณ จะรออยู่ตรงนั้นเลย ถ้าคุณเรียนให้ดีที่สุด คุณพยายามให้ดีที่สุดในวันนี้ ตั้งใจเรียนกันทุกคนนะคะ สวัสดีค่ะ